2008/Jul/26

 

 

 

Just say [1]

 

 

 

 

 

 

  

            ยุนโฮมองแจจุงที่ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาอย่างหมดแรงแล้วอดรู้สึกเห็นใจไม่ได้  โปรแกรมฝึกสุดโหดที่ถูกคิดค้นโดยยูชอนตั้งแต่วันแรกจนตอนนี้ผ่านมาทั้งอาทิตย์ทำเอาแจจุงน้ำหนักลดไปเกือบสามกิโล  จากที่ผอมอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งเกือบจะเหลือแค่กระดูก  ไหวหรือเปล่าน่ะ  ร่างสูงเอ่ยถามเมื่อทิ้งตัวนั่งลงโซฟาตัวเล็ก  ตาคมกริบมองเจ้าของใบหน้าหวานที่ส่งเสียงอือออมาให้แล้วถอนหายใจ  ถ้ายังไหวอยู่ก็ดีแล้วเพราะช่วงบ่ายเราต้องออกไปข้างนอกอีก  ยูชอนสั่งให้ฉันพานายไปเปลี่ยนสีผมใหม่แล้วก็ซื้อคอนแท็คเลนส์ด้วย

 

            คู่เก่ายังไม่หมดอายุ  เสียงหวานอ่อนแรงพูดขึ้นพร้อมกับดันร่างของตัวเองขึ้นมานั่ง  มือเรียวเอื้อมหยิบกล่องข้าวพัดที่ยุนโฮแวะซื้อให้ขึ้นมาเปิดกิน

 

 

            ฉันหมายถึงจะซื้อคู่ใหม่ที่มันไม่ใช่สีฟ้า  นายเองก็ใส่เลนส์เพราะสายตาสั้นไม่ใช่ใส่เป็นแฟชั่นหนิ

             ก็ทั้งสองอย่าง  ผมสีทอง  ตาสีฟ้า หน้าเอเชียอย่างผมหาอยากนะ  พูดยิ้มๆก่อนจะตักข้าวผัดเข้าปากอีกสองสามคำแล้วทิ้งตัวลงนอนตามเดิมโดยไม่สนใจที่จะดื่มน้ำ  จะไปตอนไหนก็บอกด้วยนะ  บอกแล้วก็หลับตา  ปล่อยให้ยุนโฮที่กำลังมองอยู่ถอนหายใจอีกรอบ

             ร่างสูงลุกขึ้นยืน  ตาคมมองสำรวจรอบห้องพักเล็กๆที่เช่าให้แจจุงอยู่  ก่อนจะพบว่ามันไม่ได้แตกต่างจากห้องเปล่าๆที่มาดูตอนแรกเลยสักนิด  เจ้าตัวเองก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรนอกจากตู้เย็นแบบมินิบาร์กับกาต้มน้ำร้อนเท่านั้น  ใช่ว่ามันจะแย่อะไรมากนัก  เพียงแต่ยุนโฮคิดว่าเด็กวัยรุ่นอายุเท่าแจจุงน่าจะต้องการอะไรที่ทันสมัยอย่างคอมพิวเตอร์  โทรทัศน์  หรือเพลย์สเตชั่นสักเครื่อง  อย่างเด็กฝึกคนอื่นที่พอจะได้เดบิวต์ก็เรียกร้องเอาซะหมด  ร่างสูงเดินไปยังหน้าต่างมือเรียวเลิกผ้าม่านขึ้นให้แสงสว่างเข้ามาก่อนจะเดินมานั่งลงที่เดิม  ดวงตาคมกริบมองใบหน้าขาวหมดจดที่แม้แต่ตอนนอนเจ้าตัวก็ยังดึงฮู้ทลงมาปิด  ร่างกายที่เห็นได้ชัดว่าผอมลงกว่าตอนแรกเล็กบางดูไร้เรี่ยวแรง  แต่นอกจากอาการต่อต้านเล็กๆน้อยๆเจ้าตัวก็ไม่เคยบ่นให้ได้ยินสักคำ  คงจะไม่อยากกลับเข้าไปในโรงเรียนดัดสันดานนั่นอีกถึงได้ตั้งใจขนาดนนี้

            .

            .

            .

            .

             ไม่เอา  ฉันไม่อยากไปโรงเรียน!!”  เสียงทุ้มหวานเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจร้องขึ้นก่อนจะวิ่งไปแอบอยู่หลังผู้จัดการของตัวเอง 

            อย่าพูดเอาแต่ใจสิแจจุง  ถ้าไม่ไปนายจะเรียนจบได้ยังไงล่ะ  นายอายุ 20 แล้วไม่ใช่เด็ก  กะอีแค่เรียนให้จบ ม.ปลายมันจะอยากสักแค่ไหนเชียว  เสียงอ่อนอกอ่อนใจดังมาจากชายหนุ่มร่างสูงว่าที่เจ้าของค่ายเพลงดัง  ในมือกำลังถือหนังสือเรียนวิชาสังคมศึกษาของคิมแจจุงนักร้องในค่ายที่กำลังโด่งดังที่สุดตอนนี้ 

            ริมฝีปากบางยื่นออกมาอย่างขัดใจ  แขนเล็กๆทั้งสองข้างยกขึ้นกอดเอวผู้จัดการของตนจากด้านหลังพร้อมเสียงทุ้มหวานเอ่ยออดอ้อน  ฉันไม่ไปเรียนได้มั้ยยุนโฮ  เรียนอะไรก็ไม่รู้ยากจะตาย  นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบ  บอกยูชอนให้ทีสิ  นะๆ  แล้วฉันจะตั้งใจซ้อมไม่ดื้อกับนายอีก  นะ...ยุนโฮ 

            ยูชอนยกหนังสือเรียนในมือขึ้นมาตีหน้าผากตังเองดังป้าบ  แล้วเมื่อมองหน้ายุนโฮที่เป็นทั้งเพื่อนรักของตนและเป็นผู้จัดการของแจจุงที่กำลังจะอ้าปากพูดก็ยกมือขึ้นมาห้ามทันที  พอเลย  ฉันรู้ว่านายจะพูดอะไร  ให้มันได้อย่างนี้สิ  นายตามใจแบบนี้แจจุงถึงได้เอาแต่ใจ  ฉันไม่ยุ่งกับพวกนายแล้ว  ยุนโฮ...นายทำยังไงก็ได้ให้แจจุงเรียนให้จบ ม.ปลาย ไม่งั้นไม่ต้องฝันถึงอัลบั้มชุดต่อไปเลย  พูดเสร็จก็ยัดหนังสือเรียนลงใบมือของอีกฝ่ายแล้วเดินไปอย่างอารมณ์เสีย 

            ใจร้าย  แจจุงบ่นอุบตามหลัง  ก่อนจะหันหน้าขึ้นมายิ้มออดอ้อนอีกคนที่ได้แต่ถอนหายใจอย่างอ่อนใจ 

            ก็ได้ๆ  ไม่เรียนก็ไม่เรียน  แต่นายต้องให้ชางมินติวเข้มแล้วต้องสอบให้ผ่านด้วยเข้าใจมั้ย  คิมแจจุง  ว่าพลางหยิกแก้มนุ่มๆนั้นอย่างหมั่นไส้พร้อมกับก้มลงจูบซ้ำทั้งทั้งสองข้าง  แจจุงยังคงยิ้มกว้างเหมือนทุกครั้งเพราะรู้ดีว่าไม่ว่าอะไรผู้จัดการของเขาก็จะตามใจเสมอ 

 

             ฉันรู้ว่านายชอบ  เพราะงั้นไม่ลืมหรอก 

            สวยดีเนอะ 

              อืม  สวยเหมือนนาย

 

              ฉันรักแจจุงนะ 

              .

              .

              .

            ผมไม่อิ่ม  เสียงที่อยู่ๆก็ดังขึ้นเรียกให้ยุนโฮสะดุ้ง  ชายหนุ่มสลัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวทิ้งแล้วรีบหันมาสนใจคนตรงหน้าที่ลุกขึ้นมาจัดการกับข้าวผัดอีกครั้งจนเกลี้ยงกล่อง  ตากลมโตมองหน้าเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ  ผมจะไปทำบ่ะหมี่  ว่าพลางทำท่าจะลุกขึ้นแต่ยุนโฮก็ห้ามไว้

            ไม่ต้องหรอก  ออกไปกินข้างนอกก็ได้เพราะไหนๆก็ต้องออกไปอยู่แล้ว  ร่างสูงบอกพร้อมกับลุกขึ้นหยิบเสื้อนอกขึ้นมาสวมแล้วหยิบกุญแจรถ  หันมากวักมือเรียกแจจุงที่กำหน้างงครั้งหนึ่งก่อนจะเดินออกไป

            .

            .

            แจจุงโผล่หน้าออกมานอกรถมองดูสองข้างทางที่เต็มไปด้วยร้านค้าและผู้คน  ลมที่ปะทะใบหน้าถึงจะมีกลิ่นควันรถติดมาแต่มันก็ยังให้ความรู้สึกสดชื่นกว่าห้องนอนในโรงเรียนดัดสันดานที่เขายังจำได้ดี  แต่แล้วลมที่แจจุงเพิ่งชมไปเมื่อครู่ก็พัดเอาฝุ่นดินก้อนโตมาเข้าตาซะอย่างนั้น

             ฝุ่นเข้าตาเหรอ  ยุนโฮถามเมื่อเห็นข้อมือเล็กๆกำลังขยี้ตาตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย  ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปุ่มให้กระจกเลื่อนขึ้น  นึกในใจเล่นๆว่าดีที่ไม่เป็นน้ำแข็งหรือขยะจากรถคันที่วิ่งข้างหน้าที่มักง่ายทิ้งออกมาให้เห็นบ่อยๆ

             อ่า...  เสียงเอ่ยเบาๆทำให้ยุนโฮเหลือบมามองอีกครั้ง  แล้วก็พบว่าแจจุงกำลังก้มมองที่มือของจนเองที่ตอนนี้คอนแท็คเลนส์สีฟ้าข้างหนึ่งนอนยับไม่เป็นท่าอยู่  ยุนโฮหัวเราะพรืดออกมาอย่างอดไม่ได้  เพราะเกิดมาเพิ่งเคยเห็นคนขยี้ตาจนเลนส์ติดมืออกมาด้วย

             สงสัยเราคงต้องแวะร้านแว่นตาก่อนแล้วล่ะ  พูดยิ้มๆก่อนจะหักเลี้ยวเมื่อมาถึงทางเข้าห้างสรรพสินค้า  รอยยิ้มบางเบาแย้มขึ้นนั้นดูเลื่อนลอยเมื่อเขาเผลอคิดว่าจะได้สายตาที่มองค้อนหรือไม่ก็ได้เห็นท่าอมลมจนแก้มป่องของอีกฝ่าย  ลืมไปว่าคนข้างๆเขาตอนนี้ไม่ใช่บางคนขี้งอนคนนั้น

             สภาพที่ตาข้างหนึ่งสีฟ้าข้างหนึ่งสีดำของแจจุงทำเอาพนักงานที่ร้านขายแว่นตาตกใจ  แต่พอฟังที่ยุนโฮเล่าแล้วก็เปลี่ยนเป็นยิ้มขำแทน  นี่ค่ะ  สีดำขนาดสายตาตามที่บอก  เปลี่ยนเลยดีมั้ยคะ  สาวน้อยพนักงานบอกพร้อมยิ้มให้  ยุนโฮพนักหน้าก่อนจะดันหลังแจจุงที่กำลังเดินชมเลนส์สีอื่นอยู่ให้เข้าไปด้านใน  แล้วสักครู่ก็ต้องลอบยิ้มขำเมื่อได้ยินเสียงทุ้มที่พยายามบอกกับพนักงานว่าจะใส่เองกับเสียงเล็กแหลมที่บังคับใส่ให้ดังขึ้นมาเป็นพักๆ  ก่อนที่ไม่นานทั้งสองจะเดินออกมาด้วยสภาพที่คนผมสีทองผมกระเซอะกระเซิงส่วนอีกคนก็ลอบปาดเหงื่อ

             ดูดีขึ้น  ยุนโฮบอกซึ่งคนถูกชมเพียงแค่ส่ายหน้าอย่างไม่ใส่ใจ

             ใช่ค่ะ  ดูดีมากเลย  ว่าแต่เมื่อครู่ไม่ทันสังเกต  คุณนี่หน้าตาคล้ายๆ...

             เอ่อ...เท่าไหร่ครับ  ยุนโฮพูดแทรกทันทีพร้อมกับล้วงกระเป๋าเงินออกมา  พนักงานมองหน้าเขาอย่างงงๆแต่ก็ยอมบอกราคาแล้วรับเงินไปโดยดี

             ทั้งสองออกจากร้านแว่นตาเกือบบ่ายสอง  และรู้สึกว่าแจจุงจะลืมไปแล้วว่าตัวเองยังทานข้าวไม่อิ่มจึงไม่ได้ทักท้วงเมื่อยุนโฮพาไปร้านทำผมที่อยู่อีกชั้น  เสียงพนักงานกล่าวทักทายดังขึ้นอย่างคุ้นเคยพร้อมกับสายตาแทบทุกคู่ที่มองมาทำให้แจจุงรู้สึกอึดอัดไม่น้อย  นึกในใจว่าน่าจะชินได้แล้วเพราะมักจะโดนคนมองแบบแปลกๆมาตั้งแต่เมื่อก่อน ยุนโฮ  หญิงวัยกลางคนที่มีทรงผมสุดทันสมัยพูดขึ้นตั้งแต่เจ้าตัวยังเดินมาไม่ถึง

             พี่มินยองสวัสดีครับ  ยุนโฮเอ่ยทักพร้อมรอยยิ้ม  มือเรียวยกขึ้นกุมมืออีกฝ่ายที่ยื่นมาให้อย่างสนิทสนม

             ลมอะไรหอบมาถึงนี่ได้ล่ะ  หื้อ  ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นมา  มินยองพูดอย่างงอนๆเรียกรอยยิ้มขำจากทั้งยุนโฮและพนักงานในร้าน  ที่รู้ดีว่าเจ้านายทั้งรักทั้งเอ็นดูยุนโฮเหมือนน้องชายแท้ๆ  จึงมักจะงอนเมื่ออีกฝ่ายไม่ค่อยโผล่มาเยี่ยม

             ลมเจ้ายูชอนหอบมาครับ  ยุนโฮบอกแล้วก็เห็นว่าอีกฝ่ายทำตาโต

             มีเด็กจะเดบิวต์เหรอ  เอ่ยถามอย่างตื่นเต้น  เพราะรู้ดีว่านอกจากเวลาที่สองหนุ่มเพื่อนซี้นึกอยากจะเปลี่ยนทรงผมแล้ว  ก็มีตอนที่นักร้องในค่ายจะเดบิวต์นี่แหละที่จะมาใช่บริการร้านของเธอแทนช่างทำผมที่ทางค่ายจ้างไว้

             ยุนโฮยิ้มบางให้เธออีกครั้งก่อนจะเบี่ยงตัวหลบให้มินยองเห็นคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา  นี่คิมแจจุง  อีกสองเดือนกว่าก็จะเดิบิวต์

             มินยองมองเจ้าของร่างบอบบางก่อนรอยยิ้มจะค่อยๆเลือนหายไปจากใบหน้า  ดวงตาที่เริ่มมีริ้วรอยจ้องสบกับตากลมโตสีดำสนิทนั้นนิ่ง  แล้วความรู้สึกร้อนผ่าวก็แผ่ขึ้นมาที่ขอบตาทันที  ยุนโฮนี่มัน...  มินยองพูดไม่ออก  ยิ่งเมื่อได้เพ่งมองชัดๆก็ราวกับว่าเธอได้เห็นคนที่ไม่ได้เห็นมานานแสนนานอีกครั้ง

                        ครับ  ผมก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน  แต่เขาเพิ่งจะอายุ 17 เองครับพี่มินยอง  ยุนโฮบอก  ไม่แปลกใจเลยที่พี่มินยองจะตกใจ  เพราะเขาเองตอนที่เห็นรูปแจจุงครั้งแรกก็แทบไม่อยากจะเชื่อ  ไม่เคยคิดว่าจะมีคนที่เหมือนกันได้ขนาดนี้  พี่ช่วยทำให้ดูดีกว่านี้ได้ใช่มั้ยครับ  ร่างสูงเอ่ยพร้อมกับแขนข้างหนึ่งที่ยกขึ้นมาโอบไหล่อีกฝ่าย  ตาคมอ่อนโยนมองแจจุงที่กำลังทำหน้าสงสัยแล้วเปลี่ยนเรื่องพูดอีกครั้ง  เอาสีทองออกไปให้หมดเลยนะครับพี่

             อะ...อืม  ได้สิ  เดี๋ยวจะทำสุดฝีมือเลย  มินยองรีบปั้นยิ้มให้แจจุงก่อนจะเรียกพนักงานให้พาไปสระผม  ดวงตาอบอุ่นมองยุนโฮอย่างมีความหมายอีกครั้งก่อนที่ตัวเองจะเดินไปเตรียมอุปกรณ์

             ยุนโฮยังคงนั่งรออยู่ในร้าน  มองแจจุงที่พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้ตัวเองหลับระหว่างการทำสีผม  เขานึกแปลกใจไม่น้อยที่แจจุงเลือกจะทำสีดำ  ทีแรกที่เขาให้เป็นคนเลือกว่าจะทำสีไหนก็นึกว่าเจ้าตัวอยากจะเปลี่ยนเป็นสีที่ใกล้เคียงกับของเดิมมากกว่า  ถึงพี่มินยองจะบอกว่าสีดำจะทำแล้วทั้งหน้าทั้งตัวดูซีดแต่เจ้าตัวก็ยังยืนยัน  โดยให้เหตุผมว่าอยากกลับไปเป็นเหมือนตอนที่เพิ่งออกจากท้องแม่อีกครั้ง  งานนี้เล่นเอาเขาพูดไม่ออก  ส่วนพี่มินยองก็หัวเราะชอบใจซะยกใหญ่

             เหมือนกันมากเลยนะ  ยุนโฮเลิกคิ้วเมื่อมินยองที่เพิ่งทิ้งตัวนั่งลงข้างๆพูดขึ้น  ตาคมมองอีกฝ่ายที่สายตายังคงมองแจจุงแล้วหันมาหาเขา  ขอโทษด้วยที่ตอนแรกพี่ทำท่าตกใจเกินเหตุ  แต่เหมือนกันจนเผลอคิดว่าเป็นคนๆเดียวกัน  เธอไปเจอเด็กคนนี้ที่ไหนเหรอยุนโฮ

             ไม่ใช่ผมหรอกครับ  ยูชอนต่างหากที่ไปพาตัวออกมาจาก...จากโรงเรียนดัดสันดาน  เจ้านั่นบอกว่าแจจุงร้องเพลงเพราะมาก  พี่ก็รู้ว่าถ้าลองถูกใจใครแล้วมันจะไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือ  ยุนโฮบอกทำให้มินยองที่ทำหน้าตกใจค่อยๆพยักหน้า

             แล้วเธอล่ะยุนโฮ  อยู่กับเด็กคนนี้ไม่เป็นไรแน่เหรอ

             ยุนโฮยกยิ้มให้หล่อนก่อนจะพยักหน้า  ผมสบายดีครับ  คำตอบทำให้หล่อนยิ้มน้อยๆ  มินยองบีบมือใหญ่แรงๆทีหนึ่งอย่างให้กำลังใจ  ก่อนจะเดินไปดูแจจุงที่กำลังต่อสู้กับอาการง่วงนอนเป็นการใหญ่  หล่อนหัวเราะพลางส่ายหน้าอย่างเอ็นดูก่อนจะสั่งให้พนักงานพาไปล้างผม

             ครึ่งชั่วโมงต่อมาแจจุงก็นั่งอยู่หน้ากระจกด้วยสีผมและทรงผมใหม่  มินยองมองกระจกที่สะท้อนภาพเด็กหนุ่มตรงหน้าแล้วแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง  ผมสีดำสนิททำให้ทั้งเนื้อตัวซีดลงก็จริง  แต่พอตัดให้สั้นลงอีกนิดกลับดูดีขึ้นผิดหูผิดตา  เป็นภาพสะท้อนของคนที่ทั้งหล่อนและยุนโฮรู้จักไม่ผิดเพี้ยนสักนิด  เสร็จแล้วใช่มั้ยครับ  เสียงทุ้มหวานเอ่ยถามทำให้มินยองรีบดึงตัวเองออกจากความคิด  มือเรียวสะบัดผ้าคลุมสีขาวออกก่อนจะปัดเศษผมที่ติดอยู่ออกให้หมด  แจจุงรีบผลุดลุกจากเก้าอี้ทันทีพร้อมกับบิดตัวไปมอย่างเมื่อยล้า  เขาโค้งให้มินยองแทนคำขอบคุณก่อนจะก้าวไปหายุนโฮ

             ดูดีมาก  ชายหนุ่มบอกเมื่อมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า  ก่อนจะยืนขึ้นแล้วชะโงกหน้าร้องบอกมินยอง  ลงบัญชีเจ้ายูชอนไว้นะครับพี่มินยอง  ยุนโฮพูดพลางยิ้มกว้าง  ก่อนจะพาแจจุงเดินออกไปจากร้านโดยมีสายตาของมินยองมองตามอย่างเป็นห่วง

             ...ขอให้ยุนโฮไม่เป็นอะไรอย่างที่บอกจริงๆเถอะ... 

 

TBC  …………………………………………………

 

edit @ 26 Jul 2008 15:58:04 by KimJeIn

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
#1  by  \\(..U 3U..)//จุ๊บุ At 2008-07-26 15:59, 

<< Home