2008/Jul/26

 

 

 

 

Just say [2]

 

 

 

 

 

 

  

ไม่ใช่ๆ...  ต้องมีแปดสเต็ปแบบนี้  เสียงที่เคยเล็กแหลมของจุนซู...ครูสอนเต้นคนเก่งยามนี้ฟังดูแหบแห้งลงจนรู้สึกได้ชัด  ร่างเล็กเพรียวลุกขึ้นวาดลวดลายท่าเต้นรอบแล้วรอบเล่าเพื่อเป็นตัวอย่าง  แต่กระนั้นนักเรียนคนใหม่ล่าสุดของเขาก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะทำได้สักที  ดวงตาเล็กรีจ้องสบกับดวงตากลมโตที่ต่างก็เต็มไปด้วยความเมื่อยล้าแล้วถอนหายใจ  ถ้างั้นวันนี้ก็พอก่อน  แต่นายต้องกลับไปซ้อมให้หนักขึ้น  ไม่ใช่ว่าผ่านมาตั้งสองอาทิตย์ยังไม่ถึงไหน  ว่าพลางยกขวดน้ำเกลือแร่ขึ้นมาดื่ม  ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ  ว่าทำไมแมวมองตาเพชรอย่างคุณยูชอนถึงได้คิดว่าเด็กที่ไม่มีทักษะอะไรเลยแบบนี้จะเป็นนักร้องได้

 

              เมื่อจุนซูไม่ได้พูดอะไรต่อแจจุงที่ยืนหอบอยู่ก็เดินมาเก็บกระเป๋า  มือเรียวคว้าเอาขวดน้ำเกลือแร่ของตนขึ้นมาแล้วสองขาก็ลากร่างโทรมๆของตัวเองออกไปจากห้องซ้อม  เสียงประตูปิดลงเบาๆแล้วจุนซูจึงได้หันกลับมาเก็บของของตัวเองบ้าง  เขาก้มลงดูนาฬิกาแบบสปอร์ตบนข้อมือของตัวเองแล้วก็ต้องเร่งมือ  แจจุงกำลังจะทำให้เขาไปสาย  ขายาวก้าวไปยังประตูอย่างรีบร้อน  แต่ยังไม่ทันที่จะได้เปิดออกคนที่อยู่อีกด้านก็ผลักเข้ามาก่อน  คุณยูชอน              เจ้าของชื่อยิ้มให้ก่อนจะเดินเข้ามาข้างใน  ดวงตาคมกริบเจ้าเสน่ห์มองไปรอบๆก่อนจะมาหยุดที่คนตรงหน้า  แจจุงกลับไปแล้วเหรอ   

 

            ครับ  ผมไล่ให้กลับไปซ้อมที่ห้อง  ขืนอยู่ต่อไม่ผมก็เขาคงได้เหนื่อยตายไปข้าง  จุนซูบอกพลางบ่นนิดๆก่อนจะเอ่ยถามบ้าง  แล้วเรื่องเพลงไปถึงไหนแล้วครับ  พอเขาถามคำถามนี้ก็เห็นยูชอนถึงกับถอนหายใจ  เท่านั้นจุนซูก็รู้ได้ทันทีว่าที่อีกฝ่ายเข้าไปคุยกับชางมินเรื่องเพลงที่แจจุงจะใช้เดบิวต์ก็ไม่พ้นเข้าไปทะเลาะกันเหมือนเดิน 

 

            ฉันละปวดหัวกับหมอนั่นจริงๆ  ร่างสูงเอ่ย  เพราะนอกจากชางมินจะไม่ยอมแต่งเพลงให้แล้วยังชักชวนนักแต่งเพลงคนอื่นๆให้ปฏิเสธเขาไปด้วย  ว่าแต่นาย...ดูรีบๆนะ  มีนัดเหรอ 

 

            ครับ  จุนซูตอบ  

 

            ผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ  เสียงเอ่ยแซวนั้นทำให้จุนซูส่ายหน้า  ทั้งที่คนในบริษัทก็รู้ดีว่าเขากำลังคบหาอยู่กับโกอึนานักแสดงในสังกัด  แต่เจ้านายของเขาคนนี้ก็ยังคงขยันถาม 

 

            ผมไม่ใช่คุณยูชอนนะที่ผู้หญิงก็ได้ผู้ชายก็ไม่ปฏิเสธ  คำพูดตอกกลับทำเอาร่างสูงหัวเราะชอบใจก่อนจะพูดประโยคเดิมๆที่จุนซูคิดว่าเขาได้ยินวันละเป็นสิบๆรอบ 

 

            อะไรกันจุนซู  นายยังไม่รู้อีกเหรอว่านอกจากนายแล้วฉันไม่อะไรกับใครทั้งนั้น  ว่าพลางขยับเข้ามาหา  ใบหน้าหล่อเหล่าเลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้าน่ารักที่กำลังมีสีหน้าระอาสุดๆ 

 

           คร้าบๆ  รู้สึกเป็นเกียรติจริงๆ  แต่ตอนนี้ผมสายแล้วขอทางด้วย  ว่าพลางตวัดเสียงห้วนท้ายประโยค  ยูชอนมองสบดวงตาเรียวเล็กที่มองหน้าตนพร้อมกับเจ้าตัวที่ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาเคาะให้ดูแล้วยักไหล่  ร่างสูงเบี่ยงตัวหลบเปิดประตูออกแล้วทำท่าผายมือให้อย่างน่าหมั่นไส้  จุนซูได้แต่ส่ายหน้ารอบแล้วรอบเล่า  ทั้งเอาแต่ใจ  ทั้งกวนประสาทคงไม่มีใครเกินคนๆนี้แน่

 

            .

 

            . 

 

            หลังจากที่ออกจากห้องซ้อมด้วยความอ่อนล้า  แทนที่จะตรงกลับห้องพักแต่แจจุงก็เลือกที่จะมานั่งเล่นที่ริมแม่น้ำฮัน  ร่างเพรียวบางทิ้งร่างกายนอนลงบนผืนหญ้านุ่ม  รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวจนแทบไม่อยากจะขยับมากไปกว่านี้  เปลือกตาบางปิดสนิทเพื่อสูดอากาสบริสุทธิ์ที่หาอยากในเมืองหลวงเข้าปอด  เสียงพูดคุยกะหนุงกะหนิงกันของคู่รักดังเข้าหูอยู่เรื่อยๆ  พาลให้นึกไปถึงโรงเรียนแห่งใหม่ที่เพิ่งเข้าไปเรียนได้สองอาทิตย์  หรือจริงๆคือเขาได้ไปอาทิตย์ละสามวันเพราะต้องซ้อมหนัก  แต่ก็เป็นโรงเรียนที่เต็มไปด้วยคู่รักที่คิดว่ามากที่สุดที่เขาเคยเห็นมา 

 

            เสียงสวบสาบดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ  แจจุงรีบลืมตาพร้อมลุกขึ้นด้วยความตกใจที่อยู่ๆก็มีคนมาดึงหมวกที่เขาดึงลงมาปิดตาออก  นาย...นักเรียนใหม่จริงๆด้วย  เสียงของผู้มาใหม่ดังขึ้น  ดวงตาคมที่มองมาเบิกขึ้นราวกับว่าแปลกใจมากที่เห็นเขา  แจจุงจำได้ว่าคนๆนี้คือเชวซีวอนหัวหน้าชั้นของห้องที่เขาอยู่  ฉันเห็นนายเดินออกมาจากที่นั่น  เป็นเด็กฝึกเหรอ  ซีวอนถามพลางชี้ไปยังตึกที่สูงพ้นตึกหลังอื่นๆขึ้นมา  ก่อนจะหันมาหาแล้วถือวิสาสะนั่งลงข้างๆ 

 

            แจจุงมองนิ่งๆอยู่สักครู่ก่อนจะพยักหน้ารับ  ดวงตากลมโตมองคนตรงหน้าอย่างสงสัยแล้วจึงเอ่ย  ฉันกำลังจะออกเทป  แล้วนาย...สะกดรอยตามฉันงั้นเหรอ   

 

            เปล่านะ  ฉันแค่บังเอิญผ่านมาเห็นเลยอยากรู้  ไม่ได้สะกดรอยนายอย่าเข้าใจผิด  ว่าแต่นายจะได้เดบิวต์จริงๆเหรอ  ฉันมีเพื่อนที่เคยเข้าไปเป็นเด็กฝึกของที่นั่น  แต่อยู่ๆก็ลาออกเห็นว่าฝึกโหดมากแล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะได้เป็นนักร้องจริงๆหรือเปล่า  แต่นายนี่เห็นจะจริง...  ซีวอนพูดยาวเหยียดก่อนจะชะงักลงเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือของแจจุงดังขึ้น  แจจุงรับโทรศัพท์เสียงเบาๆจนซีวอนไม่แน่ใจว่าคนปลายสายจะได้ยินหรือเปล่า  แล้วฉับพลันก็ลุกขึ้นเก็บกระเป๋าก่อนจะเดินไปโดยไม่บอกกล่าว  เฮ้!!  นายจะไปไหนน่ะ 

 

            กลับ  ถูกโทรมาตามแล้ว  แจจุงตอบ  ดวงตากลมโตสบกับอีกฝ่ายครั้งหนึ่งก่อนจะหันหลังเดินไป 

 

            งั้นไว้เจอกันที่โรงเรียนนะ!!  ฉันชื่อเชวซีวอน  จำไว้ด้วยล่ะ!!”  ซีวอนลุกขึ้นพร้อมตะโกนตามหลัง  ก่อนจะยกยิ้มเมื่อคนที่ทำเหมือนไม่ค่อยชอบพูดอะไรยกมือขึ้นมาเป็นเชิงรับรู้  ใบหน้าหล่อเหลาดูอ่อนโยนยิ่งนักยามทอดสายตามองตามจนร่างเพรียวบางลับตา  แล้วเสียงทุ้มนุ่มก็เอ่ยเบาๆขึ้นมา  ฉันรอฟังเสียงนายอยู่...แจจุง

 

            .

 

            . 

 

            กลับมาแล้วครับ  แจจุงพูดเสียงเนือยๆยามเมื่อก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องพัก  พลางก้มหน้าก้มตาถอดรองเท้าวางไว้บนชั้น  ใบหน้าน่ารักหมดจดยามนี้ดูอ่อนล้านัก  หากแต่เมื่อเจ้าตัวเริ่มสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงไปของห้องดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที 

 

            แจจุงพรวดพราดเข้ามาข้างในแล้วก็พบว่าสภาห้องพักของตนนั้นราวกับเพิ่งโดนระเบิด  ขณะที่ข้างเตียงก็มียุนโฮที่กำลังจัดนั่งเก็บของใช้ที่กระจายอยู่บนพื้นห้อง  เกิดอะไรขึ้น  แจจุงถามอย่างตกใจ  หากแต่ยุนโฮกลับเพียงหันหน้าขึ้นมามองเขาแล้วถอนหายใจ 

 

            คงเป็นพวกหัวขโมย  ไม่รู้สิ...พอฉันมาถึงสภาพก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว  เสียงทุ้มต่ำเอ่ยติดจะอารมณ์เสียไม่น้อย  ไม่รู้ว่าเจ้าของอพาร์ทเม้นทำอะไรอยู่ถึงได้ปล่อยให้ขโมยขึ้นมาได้แบบนี้  ทั้งที่ตอนจะให้เขาตกลงเช่าก็ยืนยันอย่างดีว่ามียามรักษาความปลอดภัยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง  แต่รู้สึกว่าจะไม่มีอะไรหายไปนะ  ยุนโฮพูดต่อ  เขายกกล่องที่เก็บของใส่ขึ้นมาวางไว้บนเตียงพลางมองไปรอบๆ  ถึงจะบอกว่าไม่มีอะไรหายเพราะแจจุงไม่มีของมีค่าสักชิ้น  แต่ห้องก็เละเทะไปหมด  ไม่เว้นแม้แต่ตู้เย็นมินิบาร์  มันคงเอาไปไม่ได้เลยพังทิ้งซะ   

 

            แจจุงหน้าเสียจนเห็นได้ชัดและก็เข้าใจว่าทำไมตอนที่คุยทางโทรศัพท์เสียงของยุนโฮถึงฟังดูเครียดๆ  เขามองข้าวของที่หล่อนกระจาย  บ้างก็เสียหายเต็มพื้นห้องอย่างไม่รู้จะทำยังไง  ที่สุดก็ทำได้แค่เดินไปถอดปลั๊กตู้เย็นที่ล้มอยู่บนพื้นออกแล้วจึงพูดขึ้น  ผมน่าจะตรงกลับห้องเลย  ไม่น่าแวะที่อื่นก่อน  เสียงทุ้มดังแผ่วอย่างรู้สึกผิด  ถ้าเขาตรงกลับห้องหลังจากซ้อมเสร็จบางทีอาจจะทันเจอคนร้ายก็ได้ 

 

            ไม่ตรงกลับมาเลยน่ะดีแล้ว  เพราะถ้าเกิดมันเจอนายอาจจะถูกทำร้ายก็ได้  ยุนโฮบอกพลางยิ้มบางให้  ดวงตาคมกริบอ่อนโยนลงชัดเจนนักยามมองตรงมาที่แจจุง  ก่อนสักครู่จะละสายตากวาดมองไปรอบๆ  สงสัยอยู่ที่นี่คงจะไม่ค่อยปลอดภัยแล้วล่ะ  ฉันจะรีบหาห้องเช่าใหม่ให้เร็วที่สุดระหว่างนี้นายคงต้องไปอยู่ที่บ้านของยูชอนก่อน  เดี๋ยวฉันจะโทรไปบอกหมอนั่น  รีบเก็บของซะนะ   

 

            ไปอยู่กับคุณปาร์ค?  ให้ตาย...ไม่มีคนอื่นแล้วหรือไง  แจจุงพูดขึ้นมาเสียงดังกว่าปกติ  ริมฝีปากอิ่มสบถกับตัวเองเบาๆเมื่อคิดถึงใบหน้ากับรอยยิ้มโหดๆของยูชอนที่เจอมาตลอดสองอาทิตย์  ขนาดแค่ตอนซ้อมที่บริษัทยังเล่นเอาเขากับคนสอนเกือบตาย  แล้วถ้าต้องไปอยู่ร่วมชายคาเขาไม่ต้องโดนจับมาร้องมาเต้นทั้งวันเหรอ 

 

            ร่างสูงมองใบหน้าบึ้งตึงกับริมฝีปากอิ่มที่ยังคงสบถออกมาไม่ขาดแล้วยกยิ้มบาง  นี่ถ้าเปลี่ยนจากกิตติศัพท์เรื่องความโหดมาเป็นเรื่องความใจดีต่อเด็กฝึกหัด  ยูชอนคงจะได้รับโล่รางวัลเยอะจนไม่มีที่วางแน่ๆ  ไม่ชอบที่หมอนั่นเข้มงวดน่ะไม่เป็นไร  แต่อย่ามีอคติก็พอ  เพราะถึงจะโหดแต่ยูชอนก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแมวมองมือหนึ่งของวงการ  แล้วการที่เขาเลือกนายนั่นก็หมายความว่าเลือกแล้วจริงๆ  ...รับรอบว่านายจะโด่งดังไม่แพ้นักร้องคนอื่นๆที่ค่ายของเราเคยปั้น 

 

            เหมือนกับที่ปั้นคิมแจจุงให้เป็นตำนานใช่มั้ย? 

 

            คำพูดที่ดังขึ้นมาทันทีที่จบประโยคทำเอายุนโฮชะงัก  มือเรียวที่ยกขึ้นมาจับชายผ้าม่านให้เลิกขึ้นค้างอยู่กับที่  ดวงตาคมวูบไหวฉับพลันเมื่อชื่อของคนๆนั้นถูกพูดขึ้น  ร่างสูงค่อยๆหันมาหาก่อนจะพบว่าแจจุงกำลังมองมาที่เขาอย่างสงสัย  แต่ที่สุดไหล่บางก็ไหวขึ้นแล้วพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจนัก  ตั้งแต่โตขึ้นมาผมก็ถูกทักว่าหน้าเหมือนคิมแจจุง  ซ้ำชื่อก็ยังเหมือนกันอีก  แล้วเวลาออกไปข้างนอกก็มักจะถูกเข้าใจผิดประจำ  ตอนแรกก็ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่หรอกนะที่มีคนเข้ามาทักผิดๆถูกๆ  แต่หลังๆก็เริ่มชินแล้วก็ทำเป็นไม่ใส่ใจซะ  เพราะต่อให้เหมือนยังไงผมก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องอะไรกับเขา...  เสียงทุ้มหวานหยุดลงขณะที่มือก็เก็บข้างของเข้ากระเป๋าไปเรื่อยๆ  ดวงตากลมโตนั้นไม่ได้สนใจท่าทีนิ่งงันของยุนโฮมากไปกว่าการตรวจนับของๆตนเลยสักนิด  เสียงซิปถูกรูดปิดลงพร้อมกับแจจุงที่ยกเป้หลังขึ้นมาพาย  ก่อนร่างบอกบางจะยืนขึ้นมาสบตากับยุนโฮ  ผมรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าที่คุณปาร์คอยากได้ตัวผมไม่ใช่เพราะผมเสียงดีอย่างที่เจ้าตัวบอก  แต่อยากให้มาเป็นตัวแทนของคิมแจจุงคนที่ตายไปแล้วต่างหาก น้ำเสียงที่เรียบเรื่อยยังคงไม่ใส่ใจกับสิ่งที่ตัวเองพูด  พร้อมกับใบหน้าน่ารักที่เอียงน้อยๆอย่างสงสัยยามเมื่อมองท่าทางจองคนตรงหน้า 

 

            ฉันนึกว่านายไม่รู้เรื่องนี้  ที่สุดยุนโฮก็เอ่ยออกมาเบาๆราวกับเพิ่งหาเสียงของตัวเองเจอ 

 

            แจจุงยักไหล่อีกครั้งก่อนจะตอบ  ถึงจะไม่ได้ชอบอะไร  ซ้ำเขายังเกิดก่อนผมตั้งแปดปี  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่รู้จัก  ตอนเขาตายผมอายุสิบห้า  ตอนนั้นยังนั่งดูข่าวกับเพื่อนอยู่เลย  เด็กผู้หญิงที่อยู่ในในโรงเรียนที่คลั่งเขามากๆก็ยังพากันร้องให้แทบตาย  ...ไม่มีใครไม่รู้จักหรอก 

 

            ยุนโฮยืนนิ่ง  รู้สึกราวกับถูกดึงกลับไปยังวันเวลาเลวร้ายเหล่านั้นอีกครั้ง  ภาพกรุงโซลที่อลหม่านยังคงติดตา  ทั้งเมืองราวกับเกิดจลาจลเมื่อข่าวการตายของคิมแจจุง...นักร้องขวัญใจประชาชนแพร่กระจายออกไป  เขายังจำภาพเด็กสาวที่เป็นลมลงกลางทางเดินทันทีที่เธอดูข่าวจากโทรทัศน์ได้  เสียงร้องไห้ของแฟนเพลงกับสีดำที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เต็มไปหมด   

 

            แจจุงมองยุนโฮที่ไม่พูดอะไรออกมาสักคำแล้วรู้สึกใจหาย  พลางคิดว่าเขาไม่น่าพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเลย  ไม่เพียงแค่ทำให้คนที่รู้จักกับคนที่ตายไปแล้วอย่างคนตรงหน้ารู้สึกไม่ดีแล้ว  ก็อาจจะเกิดผลกระทบต่อตัวเองด้วย  ผมรู้ว่าตัวเองไม่เก่งขนาดนั้น  แต่ผมจะพยายามให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้คุณไม่ต้องกังวลหรอก  เสียงทุ้มหวานรีบพูดขึ้นอย่างลุกลน  อย่าเพิ่งถอดใจและไล่ผมออกเลยนะครับ  ผมไม่มีที่ไหนให้กลับไป  ผมอยากเรียนให้จบ  อยากมีที่อยู่  อยากมีบ้าน  เพราะฉะนั้นผมจะพยายามให้มากขึ้นเพื่อจะเป็นนักร้องที่ดี  ผมสัญญา...ผมจะเป็นคิมแจจุงคนนั้นให้ได้

 

            .

 

            . 

 

            พี่ไปทำอะไรให้คุณยูชอนถูกใจล่ะคะถึงได้โดนใช้หนักแบบนี้  เสียงสดใสของนักแสดงสาวโกอึนนาดังขึ้นในห้องอาหารญี่ปุ่นที่ถูกกั้นไว้เป็นห้องๆเพื่อบดบังสายตาจากภายนอก  ดวงตากลมโตที่แต่งแต้มสีอ่อนๆมองตรงไปยังชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะอดหัวเราะออกมาไม่ได้ 

 

            ไม่ตลกเลยนะ  เธอไม่มาเป็นพี่บ้างที่ต้องได้ยินคนเรียกชื่อตัวเองชั่วโมงละสามสิบสี่สิบครั้ง  นี่ถ้าไม่เห็นว่าคุณยูชอนชอบทะเลาะกับชางมินพี่จะเปลี่ยนให้หมอนั่นมาเป็นผู้ช่วยแทนซะเลย  จุนซูบ่นกระปอดกระแปดพลางมือซ้ายคีบเนื้อปลาดิบเข้าปาก 

 

            สงสัยคุณยูชอนเห็นว่าพี่ใช้คล่องกว่ามั้งค่ะ  ก็เล่นถนัดทั้งสองมือเลยนี่นา  อึนนาพูดพลางยิ้มกว้าง  ขณะที่จุนซูก็ก้มลงมองมือของตนที่มีตะเกียบประจำอยู่ทั้งสองข้างแล้วก็ยิ้มจนตาหยี 

 

            ว่าแต่เราเถอะถ่ายละครเป็นยังไงบ้าง  ได้ข่าวว่าผู้กำกับคนนี้โหดมากเลยนี่  คงไม่ใช่เทคแล้วเทคอีกหรอกนะ  จุนซูเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง  อึนนาย่นจมูกอย่างงอนๆใส่ครั้งหนึ่งก่อนจะตอบ 

 

            ฉันไม่ได้แย่ขนาดนั้นสักหน่อย  แล้วอีกอย่างละครก็ปิดกล้องไปตั้งสองวันแล้ว  พี่นี่ไม่รู้อะไรเลยจริงๆนะ 

 

            คำพูดกับท่าอมลมจนแก้มป่องนั้นทำให้จุนซูชะงักมือที่กำลังจะส่งอาหารเข้าปาก  เอ้อ...  เขาเกาหัวอย่างเก้อๆ  ใบหน้าน่ารักคล้ายเด็กฉายชัดว่าเจ้าตัวลืมไปแล้วจริงๆนั้นยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกงอนเข้าไปใหญ่  คือช่วงนี้ยุ่งมากพี่ก็เลย... 

 

            พอเลย  ไม่ต้องพูดแล้ว  เสียงหวานขัดขึ้นอย่างเอาแต่ใจ  ดวงตากลมโตค้อนขวับให้อย่างแสนงอน  หากแต่เมื่อมองหน้าแฟนหนุ่มที่กำลังรู้สึกผิดแล้วก็หลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง  อึนนาถอนหายใจทั้งที่ปากยังติดยิ้มก่อนจะเท้าคางลงบนโต๊ะ  นึกในใจว่าคงมีไม่กี่บริษัทที่ครูสอนเต้นจะงานยุ่งกว่าดารานักร้องจนไม่มีเวลาอยู่กับแฟนแบบนี้  ฉันเข้าใจค่ะ  หญิงสาวเอ่ยออกมาสั้นๆ  แต่นั่นก็มากพอที่จะให้คนฟังยิ้มกว้างอย่างโล่งใจ   

 

            อึนนายิ้มตอบอย่างน่ารัก  เพราะอย่างนี้น่ะสิเธอถึงได้รัก  คิมจุนซูที่มีความสามารถขนาดที่เป็นนักร้องเดี่ยวได้สบายๆ  แต่กลับปฏิเสธที่จะเดบิวต์แล้วมาทำงานเบื้องหลังแทน  มีความเป็นตัวของตัวเองสูง  ถึงจะยังดูเด็กมากเมื่อเทียบกับอายุจริง  แต่ก็เก่งและน่ารักไม่แพ้ใคร  เธอยังคงมองจุนซุที่ทานอย่างเอร็ดอร่อยด้วยความเพลิดเพลิน  ก่อนที่สักครู่มือเล็กบางข้างหนึ่งจะเอื้อมข้ามโต๊ะไปจับมือเรียวของจุนซูเบาๆ  คืนนี้...ฉันไปที่ห้องพี่ได้มั้ยคะ 

 

            เสียงอ้อมแอ้มกับใบหน้าน่ารักที่ขึ้นสีระเรื่อนั้นทำให้จุนซูอดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้  ฝ่ามือเรียวดึงออกมาช้าๆก่อนจะเป็นฝ่ายจับมือเล็กบางเอาไว้เอง  พร้อมกับน้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยคำตอบที่อึนนาฟังแล้วยิ้มอย่างเขินอาย  ทำไมจะไปไม่ได้ล่ะ  เธออยากไปเมื่อไหร่ก็ได้เสมอ 

 

 

TBC ……………………………

 

edit @ 26 Jul 2008 16:08:05 by KimJeIn

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ่านจบแล้ว น่าติดตามมากค่ะ อยากรู้จิงๆว่าน้องแจคนเก่าเป็นอะไร ถึงจากพี่หมีไปคะ ยังไงขอให้น้องแจคนใหม่สู้ๆนะคะ และทำให้พี่หมีกลับมาเหมือนเดิมเร็วๆนะคะ จอรอตอนต่อไปค่ะ
#1  by  armany (125.27.210.81) At 2008-07-26 21:45, 
อืม..อย่างนี้นี่เอง

ตอนแรกก็งงๆอยู่ ว่าทำไมยุนโฮบอกรักแจจุง

แล้วยังปฏิกริยาจากคนรอบข้างเมื่อเห็นแจจุงนั่นอีก

แปลกใจปนงงหน่อยๆ

แต่ก็เข้าใจแล้ว

แต่ว่านะ..

เป็นแบบนี้ดีแล้วจริงหรอ แจจุง?

เป็นเหมือนตัวแทนของแจจุงคนเก่าแบบนี้ มันดีจริงๆอย่างนั้นหรอ?

ซักวันต้องรู้สึกไม่ไหวสิน่า..

แต่ไม่ว่าจะยังไง

ก็ยังจะรออ่านตอนต่อไปนะคะ เจอินbig smile
#2  by  ::Aozora:: At 2008-08-06 14:43, 

<< Home