2008/Nov/07

 

 

 

 

 

            วันนี้เลยเหรอ  สงสัยจะไม่ได้ฉันมีนัด  เออ...ช่างฉันเถอะน่า  แค่นี้นะ  ยูชอนกดวางสายทันทีที่พูดจบโดยไม่รอให้คนปลายสายพูดอะไรอีก  ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังถนนเบื้องหน้าก่อนจะหักเลี้ยวเมื่อถึงที่หมาย  ในโรงจอดรถของคอนโดมืดสลัวลงเมื่อไฟหน้ารถถูกปิด  ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะก้าวลงมาพร้อมๆกับที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง  ยูชอนยกยิ้มกริ่มเมื่อเห็นว่าเป็นใครก่อนจะกรอกเสียงลงไป  ผมมาถึงแล้วตอนนี้อยู่ข้างล่าง  รอแป๊บเดียวนะครับ  เสียงทุ้มพูดด้วยสำเนียงหวานหู  ก่อนจะเก็บเครื่องมือสื่อสารลงกระเป๋ากางเกงเมื่อปลายสายรับคำ  ยูชอนยกยิ้ม  ทำอาชีพแบบเขาก็ดีอย่างนี้แหละ  ไม่ต้องเข้าหาก็มาประเคนถึงที่

            .

            .

 

             ยุนโฮมองมือถือในมือแล้วแทบอยากจะขว้างทิ้ง  ร่างสูงเดินกลับมานั่งที่โต๊ะที่ตอนนี้แจจงุกำลังนั่งทางข้าวอยู่แล้วถอนหายใจ  ยูชอนบอกว่ามีนัดวันนี้เลยให้นายไปอยู่ด้วยไม่ได้  ยุนโฮบอก  เขาไม่ได้บอกอีกว่าทั้งจุนซูก็ไม่ว่าง  ส่วนโบอาก็ไปญี่ปุ่นตั้งแต่เมื่อวานจะกลับก็อีกสองวัน  แล้วจะหาที่พักทันได้ยังไงเย็นขนาดนี้แล้ว

             บ้านคุณล่ะ  ผมไปอยู่บ้านคุณก่อนก็ได้นี่  แจจุงพูดขึ้นทั้งที่ยังก้มหน้าก้มตากิน

             บ้านฉัน...”

             ใช่  ผมว่าจะถามตั้งแต่แรกแล้วว่าทำไมไม่ให้ไปอยู่บ้านคุณก่อน  แต่...จะที่ไปไหนผมก็อยู่ได้ทั้งนั้น  ร่างบางหันหน้าขึ้นมาถาม  พลางดึงหมวกใบใหม่ที่เพิ่งซื้อลงมาปิดหน้าอีกนิดตามคำสั่งของคนตรงหน้าที่ไม่อยากให้มีใครรู้จักก่อนเดบิวต์มาก

             ยุนโฮนิ่งไปสักพักก่อนที่สุดจะตัดสินใจตามที่แจจุงพูด  แค่วันเดียวคงไม่เป็นอะไร  ถ้าอย่างนั้นคืนนี้นายก็ไปนอนที่บ้านของฉันแล้วพรุ่งนี้ฉันจะรีบหาห้องพักให้  รีบกินเถอะเพราะมันค่อยข้างไกลฉันไม่อยากขับรถตอนกลางคืน  ยุนโฮบอกก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรบอกแม่บ้านล่วงหน้า

             หลังจากที่กินข้าวเสร็จยุนโฮก็พาแจจุงขับรถมุ่งตรงไปยังบ้านของตนที่อยู่นอกเมือง  ท้องฟ้าตอนนี้เริ่มมืดลงเร็วกว่าปกติเพราะย่างเข้าหน้าหนาว  อุณหภูมิที่ลดลงจนรู้สึกได้ทำให้ยุนโฮต้องเร่งเรื่องทำความร้อนภายในรถขึ้น  เพราะกลัวว่าคนที่หลับสนิทอยู่เบาะข้างๆจะเป็นหวัด  ดวงตาคมกริบมองเส้นทางข้างหน้าก่อนจะยิ้มออกมาอย่างคิดถึง  เพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบหกเดือนที่เขาได้กลับบ้าน  ไม่รู้ว่าคราวนี้จะโดนป้าแม่บ้านบ่นและหาว่าบ้างานอีกหรือเปล่า

            .

            .

            .

 

             "คุณป้าครับๆ  คุณโฮน่ะไม่ได้บ้างานสักหน่อย  เขาน่ะคลั่งไคล้เลยล่ะ  ฮ่าๆ" 

            "นั่นน่ะสิคะ  ป้าก็ว่าอย่างนั้น  แต่ดีนะที่งานที่ว่าน่ะคือการดูแลคุณแจจุง จะได้กลับมาบ้านบ่อยหน่อยเพราะคุณแจจุงชอบที่นี่" 

            "ผมไม่ได้ชอบที่นี่น๊า  คลั่งไคล้เลยล่ะ" 

            "ฮ่าๆๆ" 

           .

            .

            .

 

             ดวงตาที่ทอไปเบื้องหน้าฉายแววหม่นเมื่อเผลอนึกถึง  จริงๆแล้วยุนโฮรู้ดีว่าที่เขาไม่ได้กลับมาบ้านเลยไม่ใช่เพราะงาน  แต่เป็นเพราะว่าเขาไม่อยากมา  ไม่อยากขับรถคนเดียวบนถนนที่ทอดยาวตอนพลบค่ำ  ไม่อยากได้ยินเสียงลม  เสียงใบไม้ที่เคยมีใครบางคนบอกว่ามันเพราะ  ไม่อยากให้ยินเสียงแว่วหวานฮัมเพลงเบาๆ  แต่พอหันไปมองกลับไม่มีใคร  มันยากเกินไปที่จะคิดว่าทั้งหมดได้กลายเป็นเพียงความฝัน  ฝันที่แม้จะหลับตาลงก็ไม่อาจเกิดขึ้นอีกครั้ง

             ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างเลื่อนลอย  ก่อนที่สุดก็จำต้องสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งเสีย  ฝ่ามือใหญ่หักพวกมาลัยเลี้ยวเข้าไปยังซอยเล็กๆข้างทาง  ขับตรงไปบนถนนคอนกรีตสายเล็กๆที่สองข้างทางเขียวชอุ่มด้วยแมกไม้  จากนั้นไม่ถึงห้านาทีก็มาถึง  เขาลดไฟลงก่อนจะดับเครื่อง  จากนั้นก็หันไปปลุกคนข้างๆทีเอาแต่หลับมาตลอดทาง

             แจจุงงัวเงียตื่นขึ้นมา  ข้อมือขาวเล็กยกขึ้นขยี้ตาตัวเองป้อยๆเมื่อแสงไฟจากโรงจอดรถส่องเข้ามา  "ถึงแล้วเหรอ"  น้ำเสียงที่บอกชัดว่ายังไม่ตื่นเต็มตาเอ่ยถามเรียกให้คนที่เอี้ยวตัวไปหยิบสัมภาระที่เบาะหลังส่งเสียงอือออตอบ  ร่างเพรียวบางพาตัวเองลงจากรถ  แล้วก็ต้องห่อตัวเมื่อร่างกายปะทะเข้ากับลมหนาวที่พัดเข้ามา  ดวงตากลมโตมองสำรวจไปรอบๆสักครู่ก่อนจะพูดขึ้น  "บ้านคุณสวยดีนะ"

             "อืม  ฉันไม่ค่อยได้มาเลยจ้างคุณป้าแม่บ้านกับสามีให้ดูให้  มาเถอะอากาศหนาวเดี๋ยวจะไม่สบาย"  ยุนโฮบอกพลางหอบของพะรุงพะรังซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นของฝากเดินนำไป  แจจุงละสายตาจากไม้ดักรูปทรงต่างๆที่เขามองว่ามันแปลกก่อนจะสะพายกระเป๋าเดินตาม  เมื่อก้าวเข้ามาภายในตัวบ้านเขาก็ต้องแปลกใจอีกครั้ง  เพราะทั้งที่มองจากภายนอกแล้วบ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้กลางป่าไม่ผิดไปจากในรูปวาด  หากแต่เฟอรร์นิเจอร์  หรือแม้แต่ของตกแต่งภายในกลับล้วนแล้วแต่ทันสมัย  ไม่ว่าจะเป็นทีวีพลาสม่าที่ติดอยู่ผนัง  เครื่องเสียงแบบโฮมเธียเตอร์  หรือแม้แต่โซฟาที่แจจุงสังเกตว่าในร้านตอนนี้ก็ยังวางขายอยู่

             "มาถึงแล้วหรือคะคุณยุนโฮ"  เสียงสูงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นพร้อมๆกับร่างเล็กท้วมเดินตรงเข้ามาหา

             "ครับ  เพิ่งมาถึงเมื่อกี้เอง  ป้าฮยอนจูสบายดีนะครับ"  ยุนโฮถามพลางยื่นของให้กับมือเล็กอูมที่ยื่นมารับ

             "ก็ต้องอย่างนั้นสิคะ  อยู่บ้านหลังใหญ่ที่เจ้าของบ้านไม่เคยอยู่แบบนี้สบายดีจะตายไป"  คำพูดประชดแกมน้อยใจนั้นเรียกรอยยิ้มกว้างกระจ่างบนใบหน้าหล่อเหลา  ก่อนที่ร่างสูงจะหันมาแนะนำคนที่ยืนมองอยู่ข้างๆ  "นี่แจจุงคนที่ผมพูดถึงครับ"  ยุนโฮบอกด้วยริมฝีปากที่ติดยิ้ม  เช่นเดียวกับแจจุงที่โค้งทักทายหญิงสูงวัยกว่าอย่างสุภาพ

             "ยินดีที่ได้รู้จักจ้า  บ้านเรายินดีต้อนรับนะ"  ฮยอนจูเอ่ยอย่างใจดี  แจจุงรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทางตกใจเมื่อเห็นเขาอย่างคุณมินยองหรือคุณยูชอนตอนที่เจอเขาครั้งแรก  หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเธอไม่รู้จักคิมแจจุงก็ได้

             "แล้วลุงฮเยซกละครับ  หลับไปแล้วหรือ"  ยุนโฮถามพลางมองไปข้างนอกบ้านเมื่อไม่เห็นสามีของอีกฝ่าย

             "คะ  รายนั้นเขานอนเร็วแบบนี้แหละ  ว่าแต่คุณสองคนก็ไปพักผ่อนเถอะนะคะ  ขับรถมาไกลคงจะเหนื่อย  เดี๋ยวป้าเอาของไปเก็บแล้วก็จะเข้านอนเหมือนกัน"  บอกอย่างหวังดีพร้อมหันมายิ้มให้แจจุงครั้งหนึ่งก่อนจะถือของเดินหายเข้าไปในครัว  ยุนโฮมองตามร่างเล็กท้วมนั้นด้วยแววตาอบอุ่น  ชวนให้คนที่ยืนข้างๆอดรู้สึกแปลกตาไม่ได้  เพราะว่านี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกันที่อีกฝ่ายมีท่าทางผ่อนคลายมากกว่าทุกที

                 "พวกเราก็ไปนอนบ้างดีกว่า  ป้าฮยอนจูจัดห้องไว้ให้เธอแล้วล่ะ"  ยุนโฮบอกพลางเดินนำขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน  แจจุงเดินตามอย่างไม่พูดอะไรจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ประตูหน้าห้องห้องหนึ่ง  "นี่คือห้องนอนของเธอ  ส่วนฉันจะอยู่ห้องข้างๆ  มีอะไรก็เรียกแล้วกันนะ"

             "ครับ"  แจจุงรับเสียงเบาก่อนจะเปิดประตูเข้าไปเมื่อยุนโฮพยักหน้าแล้วเดินไปห้องของตัวเอง  นิ้วเรียวกดเปิดสวิตซ์ไฟที่เรืองแสงบอกอยู่ข้างผนัง  แล้วทั้งห้องก็สว่างขึ้นด้วยโคมไประย้าบนเพดาน  แสงสีเหลืองนวลนั้นให้ความรู้สึกอุ่นขึ้นอย่างน่าทึ่ง  แจจุงวางกระเป๋าลงบนเตียงก่อนจะถอดเสื้อโค้ดออก  รู้สึกเหนียวตัวขึ้นมานิดๆเพราะหลังซ้อมเสร็จก็ยังไม่ได้อาบน้ำ  คิดแล้วร่างเพรียวบางก็เดินไปยังห้องน้ำ  เขาเปิดไฟก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นอ่างกับเครื่องทำน้ำอุ่น  นี่คงจะเป็นครั้งแรกในรอบสองอาทิตย์ที่จะได้อาบน้ำแบบไม่กลัวแข็งตาย

            .

            .

 

             ยุนโฮเบิกตากว้างก่อนจะรีบปิดประตูลงโดยเร็ว  ริมฝีปากหยักสบถกับตัวเองอย่างหัวเสียที่เผลอเปิดประตูเข้ามาด้วยความเคยชิน  ไม่ได้เคาะเพื่อขออนุญาตคนที่อยู่ข้างในเสียก่อน  มือเรียวกำหมวกไหมพรมสีดำแน่น  เขากะว่าจะเอามาคืนให้แจจุงเพราะเผลอหยิบติดมือมาตั้งแต่อยู่ในรถ  แต่เพราะลืมเคาะประตูและไม่คิดว่าแจจุงกำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำอย่างที่เห็นเมื่อครู่  ยุนโฮถอนหายใจแรงๆครั้งหนึ่งก่อนจะยกมือขึ้นมาเคาะประตู

             "ครับ"  เสียงตอบรับดังมาก่อนก่อนที่ประตูจะเปิดออก  แล้วยุนโฮก็เกือบจะเผลอสบถออกมาอีกครั้งเมื่อคนที่เปิดประตูออกมานั้นยังคงอยู่ในสภาพเดียวกับที่เขาเห็นเมื่อนาทีที่แล้ว  ร่างเพรียวบางที่ติดจะผอมนั้นสวมเพียงกางเกงขายาวที่เจ้าตัวยังไม่ได้ถอด  ผิวขาวที่ปกติจะซีดยามต้องแสงไฟกลับดูเรียบเนียนหมดจด  แต่สิ่งที่ทำให้มันแปลกตาไปก็คือลายสักรูปปีกสีดำที่หลัง  ดูแล้วคล้ายกลับเป็นจิตรกรรมบนผืนผ้าใบ

             ยุนโฮรู้ว่าภายในร่างกายของเขากำลังพลุกพล่าน  ยิ่งดวงตากลมโตใสเหมือนแก้วจับจ้องมาอย่างสงสัยก็ยิ่งทำให้แทบจะกลืนคำพูดที่จะพูดลงคอ  "ฉันเอาหมวกมาคืนเธอ  รีบๆเลยเผลอหยิบติดมือมาน่ะ"  ยุนโฮบอกพร้อมกับยื่นหมวกให้แล้วถามต่อ  "แล้วนี่กำลังจะอาบน้ำเหรอ"

             "อืม  แต่คุณมาก็ดีแล้ว  ช่วยเปิดน้ำอุ่นให้ผมหน่อยสิ  ปุ่มเยอะแยะไปหมดเดาไม่ไหว"  แจจุงบอกพลางทำหน้ายุ่งยากเรียกให้คนที่เกือบจะเอาแต่มองผนังเลิกคิ้ว

             "อ๋อ  จะอาบในอ่างใช่มั้ย  นั่นน่ะมันจากุชซี่"  ยุนโฮว่าก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ  ร่างสูงนั่งลงบนของอ่างก่อนจะเริ่มอธิบายปการใช่งานปุ่มต่างๆที่เรียงรายอยู่  "น้ำร้อนน่ะกดตรงนี้  ส่วนเครื่องหมายบวกลดนี่ก็ปรับอุณหภูมิ  พอนายเทสบู่ลงไปถ้าอยากได้แบบเป็นฟองเยอะๆเหมือนในโฆษณาก็กดตรงนี้เอา  ส่วนนี่ก็น้ำเย็น  เข้าใจมั้ย"  ยุนโฮหันขึ้นมาถามหลังจากปล่อยให้น้ำไหลลงอ่าง  แต่แจจุงยังคงขมวดคิ้วอยู่เช่นเดิม  ก่อนที่เสียงทุ้มหวานจะเอ่ย

             "ผมว่าผมอาบฝักบัวเหมือนเดิมดีกว่า"  ว่าพลางหันขึ้นมาสบตา  ยุนโฮเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวกับใบหน้าที่บอกชัดว่าอะไรที่ยุ่งยากและเสียเวลาเจ้าตัวไม่ชอบ   ร่างสูงหยัดตัวขึ้นมาจากขอบอ่างก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่ราวข้างๆ  เขาสะบัดเบาๆก่อนจะตวัดคลุมไหล่บางไว้  ริมฝีปากหยักยกยิ้มอย่างเอ็นดูกลับดวงตาสีนิลที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่เคยหลบตาก่อนจะพูดขึ้น  "เธอต้องดูแลตัวเองนะรู้มั้ย  จะยังไงก็ได้เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว  ร่างกายตัวเองก็ต้องรักษา  แล้วก็ต้องทำให้อุ่นอยู่ตลอดเวลาด้วย  เข้าใจมั้ย"  ยุนโฮพูดอย่างห่วงใยพลางขยี้หัวกลมๆนั้นเบาๆ  อดคิดไม่ได้ว่าทั้งๆที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกันแท้ๆ  แต่นิสัยใจคอกลับต่างกันสิ้นเชิง  เขาถึงได้บอกว่าแม้แต่ฝาแฝดก็ยังมีนิสัยต่างกัน  คนๆนี้คงจะเป็นคนละคนกับแจจุงจริงๆสินะ

             "ทำไมคุณถึงดีกับผมจัง"

             "หือ?  ว่าอะไรนะ?"

             "…เปล่า  ไม่มีอะไร  คุณกลับไปนอนเถอะ  ผมก็จะรีบอาบน้ำแล้วก็รีบนอนเหมือนกัน"  แจจุงส่ายหัวปฏิเสธก่อนจะเดินนำออกจากห้องน้ำไป  มือเรียวเล็กข้างหนึ่งยังคงกระชับผ้าเช็ดตัวเข้ากับร่างของตัวเอง  ส่วนอีกข้างก็เปิดประตูให้ยุนโฮ  ดวงตากลมโตมองยุนโฮที่มีสีหน้างงเดินออกไปจากห้อง  ขณะที่คิ้วสวยขมวดนิดๆขบคิดว่าเขาควรจะพูดคำนี้ออกไปหรือเปล่า  แต่แล้วเมื่อฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นมาขยี้ผมอย่างอ่อนโยนอีกครั้งแจจุงก็ไม่เสียเวลาคิดอีกต่อไป  "คุณยุนโฮ"

             "อื้อ?"  ยุนโฮหันกลับมาขณะที่เพิ่งจะเดินไปได้ไม่กี่ก้าว  แล้วหัวใจก็ต้องวูบไหวเมื่อสบเข้ากับดวงแก้วสีนิลที่จับจ้องมา  เช่นเดียวกับริมฝีปากแดงอิ่มแย้มกว้างยามเมื่อเอ่ย

               "ขอบคุณนะครับ"

             สิ้นเสียงหวานกับรอยยิ้มสดใส  ความเงียบที่ผ่านเข้ามาไม่ถึงวินาทีนั้นยุนโฮกลับรู้สึกว่ามันช่างยาวนาน  แล้วอยู่เขาก็รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาที่ขอบตาโดยไม่ทันตั้งตัว  หัวใจของเขาหัวใจเต้นแรงจนเจ็บไปทั้งช่องอก  และก่อนที่น้ำตาจะไหลร่างสูงใหญ่ก็พุ่งเข้าไปหาร่างเพรียวบางที่ยังยืนอยู่หน้าประตู  ผ้าเช็ดตัวสีขาวสะอาดหล่นลงบนพื้นยามเมื่อไหล่บางที่ถูกมันคลุมไว้ถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอด  เสียงหอบหายใจถี่ๆดังขึ้น  ตามด้วยเสียงสั่นเครือของคนที่เจ็บปวดเพราะดวงใจถูกพราก  "แจจุงอา  แจจุงอา…"

                                                           

             "อุ่นจัง  ขอบคุณนะยุนโฮ" 

 

 

 

 

                แจจุงสะดุ้งเฮือกเมื่อใบหน้าหล่อเหล่าแนบลงกับไหล่ของตน  พร้อมๆกับความเย็นชื้นจากหยดน้ำตาที่กำลังหลั่งริน  แผ่นหลังบางเกร็งแน่นเช่นเดียวกับร่างที่ยืนนิ่ง  แจจุงรู้สึกเจ็บจากแรงกอดรัดที่แน่นจนผิวสีขาวนวลเป็นรอยแดง  แต่ถึงอย่างนั้นกลับยังรู้สึกว่ายังเจ็บน้อยกว่าคนที่กอดเขาอยู่นี้รู้สึก

             "คุณยุนโฮ"  เสียงหวานเอ่ยเบาๆก่อนจะแนบฝ่ามือลงบนแผ่นหลังสั่นเทา  ถึงจะไม่รู้เรื่องแต่ก็พอเดาได้ว่าคนที่ร่างสูงพร่ำเรียกชื่ออยู่ตอนนี้เพื่อน  เพื่อนสนิท  หรืออาจจะมากกว่านั้นเป็นสาเหตุของน้ำตาที่กำลังไหลเปื้อนไหล่ของเขา  และตัวเขาเองก็เป็นสาเหตุที่ทำให้นึกถึงคนที่ตายไปแล้วคนนั้น  แจจุงกลืนก้อนที่จุกอยู่ที่ลำคออย่างยากลำบาก  สมองของเขาคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงในสภาพเช่นนี้  คำปลอบใจก็พูดไม่เป็น  ฉะนั้นสิ่งที่ทำคือการวาดแขนขึ้นรับอ้อมกอดสั่นเทานั้นตามสัญชาติญาณ  พร้อมด้วยคำพูดที่แจจุงคิดว่าอาจจะดีที่สุดในตอนนี้  "แจจุงอยู่นี่  ผมอยู่นี่แล้ว" 

 

TBC ……………………………………… 

[เจอิน] อันนอยงงงงง  โอ้แม่เจ้า  พระเจ้าจอร์ช  เจ้าแม่กวนอิม  เง็กเซียนฮ้องเต้  ข้าพเจ้าจะเป็นลมเพระตอนนี้-///- สงสารยุนโฮอ่า

 

  อุตส่าห์อดทนมาได้ตั้งสองตอนแต่กลับต้องมาร้องไห้จนได้  เฮ้อ  แต่งไปเจ็บแปล้บๆไป  เรื่องนี้อ่ะไม่ได้ออกคาแร็คเตอร์ตัวละครก่อนคนอ่านเลยไม่ค่อยรู้ว่าเป็นยังไง  แต่อยากบอกว่าบทของแจจุงคือบทที่ชอบมากที่สุดในเรื่อง  เพราะเป็นประเภทง่ายๆ  ไม่ยึดติดกับเรื่องอดีตแล้วก็ไม่ใส่ใจกับอนาคต  ว่าง่ายๆคือเป็นคนที่อยู่ไปวันๆ(เหมือนคนแต่ง)น่ะแหละ  เป็นตัวละครที่ไม่มีเบื้องหลัง  เพราะคนแต่งยังเข็ดจาก  Oh!! My Juliet  ไม่หาย  แต่งให้แจจุงมีอดีตที่โหดร้ายและทำให้คนอ่านเฮิร์ทด้วย(แอบยิ้มสะใจๆ)  เรื่องนี้เป็นทีของยุนโฮบ้าง  แต่เป็นอดีตที่เปิดเผยตั้งแต่ต้นเรื่องอ่ะนะ  ประมาณว่าเป็นภาพต่อของความเจ็บปวด  อิอิ (ภาคต่อของ  Flower of Love)  ยังไงก็มาร่วมลุ้นกันนะคะ 

ตอนนี้ไว้แค่นี้ก่อนเน้อ 

ซารังฮันดา  จ๊วบ!!! 

เม้นๆๆๆๆๆๆ>[]<

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ดีใจจังมาต่อแล้ว เราชอบคาแรกเตอร์ของยุนเรื่องนี้ค่ะ
มีอรารมณ์หลากหลายมาก คงเก็บกดน่าดู ยิ่งมาอยู่กับน้องแจด้วย เฮ้อ น่าสงสารค่ะ
#1  by  armany (125.27.211.133) At 2008-11-07 20:01, 
เจอินหวัดดีค่า

ขอกรี๊ดไม่ได้มั๊ยอ่า

ไม่ได้เข้ามานานมากถึงมากที่สุด นี่ก็แอบเข้าที่ทำงานนะเนี่ย ฮ่าๆๆ (มันยังกล้า)

แบบว่าคิดถึงเจอินที่สุดเลยยยยยย

แล้วก็คิดถึงฟิกของเจอินด้วย อิอิ

ตอนนี้ดูงงๆอ่ะ เราว่า หรือว่าเป็นเพราะไม่ได้อ่านฟิคนานนะ เหอๆ

แต่ดีใจค่ะที่ได้อ่านตอนใหม่แล้ว

เมื่อวานวันลอยกระทง เจอินได้ไปเที่ยวที่ไหนมั๊ยเอ่ย

ส่วนเรานั่งแหง่วอยู่ห้อง ไม่ได้ไปฉลองที่ไหนเลย ทำงานเหนื่อยมากกกกกก เหอๆ

ไปแระจ้า
#2  by  ::Aozora:: At 2008-11-13 16:54, 
หาฟิกของคุณเจอินอ่านยากอ่ะ เรื่องที่เคยลง ในยุนแจเลิฟอ่ะค่ะ ที่แจจุงมีพี่สาวฝา แฝดอ่ะค่ะ หาอ่านได้ทีไหนบ้างค่ะ ช่วยบอกเอาบุญด้วยเถอะค่ะ ชอบภาษาของคุณเจอินมากค่ะจะติดตามอ่านเรื่อย ๆ นะค่ะ
#3  by  nananaang (124.120.145.207) At 2008-12-01 14:32, 

<< Home