“วันนี้เลยเหรอ สงสัยจะไม่ได้ฉันมีนัด เออ...ช่างฉันเถอะน่า แค่นี้นะ” ยูชอนกดวางสายทันทีที่พูดจบโดยไม่รอให้คนปลายสายพูดอะไรอีก ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังถนนเบื้องหน้าก่อนจะหักเลี้ยวเมื่อถึงที่หมาย ในโรงจอดรถของคอนโดมืดสลัวลงเมื่อไฟหน้ารถถูกปิด ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะก้าวลงมาพร้อมๆกับที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง ยูชอนยกยิ้มกริ่มเมื่อเห็นว่าเป็นใครก่อนจะกรอกเสียงลงไป “ผมมาถึงแล้วตอนนี้อยู่ข้างล่าง รอแป๊บเดียวนะครับ” เสียงทุ้มพูดด้วยสำเนียงหวานหู ก่อนจะเก็บเครื่องมือสื่อสารลงกระเป๋ากางเกงเมื่อปลายสายรับคำ ยูชอนยกยิ้ม ทำอาชีพแบบเขาก็ดีอย่างนี้แหละ ไม่ต้องเข้าหาก็มาประเคนถึงที่
.
.
ยุนโฮมองมือถือในมือแล้วแทบอยากจะขว้างทิ้ง ร่างสูงเดินกลับมานั่งที่โต๊ะที่ตอนนี้แจจงุกำลังนั่งทางข้าวอยู่แล้วถอนหายใจ “ยูชอนบอกว่ามีนัดวันนี้เลยให้นายไปอยู่ด้วยไม่ได้” ยุนโฮบอก เขาไม่ได้บอกอีกว่าทั้งจุนซูก็ไม่ว่าง ส่วนโบอาก็ไปญี่ปุ่นตั้งแต่เมื่อวานจะกลับก็อีกสองวัน แล้วจะหาที่พักทันได้ยังไงเย็นขนาดนี้แล้ว
“บ้านคุณล่ะ ผมไปอยู่บ้านคุณก่อนก็ได้นี่” แจจุงพูดขึ้นทั้งที่ยังก้มหน้าก้มตากิน
“บ้านฉัน...”
“ใช่ ผมว่าจะถามตั้งแต่แรกแล้วว่าทำไมไม่ให้ไปอยู่บ้านคุณก่อน แต่...จะที่ไปไหนผมก็อยู่ได้ทั้งนั้น” ร่างบางหันหน้าขึ้นมาถาม พลางดึงหมวกใบใหม่ที่เพิ่งซื้อลงมาปิดหน้าอีกนิดตามคำสั่งของคนตรงหน้าที่ไม่อยากให้มีใครรู้จักก่อนเดบิวต์มาก
ยุนโฮนิ่งไปสักพักก่อนที่สุดจะตัดสินใจตามที่แจจุงพูด แค่วันเดียวคงไม่เป็นอะไร “ถ้าอย่างนั้นคืนนี้นายก็ไปนอนที่บ้านของฉันแล้วพรุ่งนี้ฉันจะรีบหาห้องพักให้ รีบกินเถอะเพราะมันค่อยข้างไกลฉันไม่อยากขับรถตอนกลางคืน” ยุนโฮบอกก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรบอกแม่บ้านล่วงหน้า
หลังจากที่กินข้าวเสร็จยุนโฮก็พาแจจุงขับรถมุ่งตรงไปยังบ้านของตนที่อยู่นอกเมือง ท้องฟ้าตอนนี้เริ่มมืดลงเร็วกว่าปกติเพราะย่างเข้าหน้าหนาว อุณหภูมิที่ลดลงจนรู้สึกได้ทำให้ยุนโฮต้องเร่งเรื่องทำความร้อนภายในรถขึ้น เพราะกลัวว่าคนที่หลับสนิทอยู่เบาะข้างๆจะเป็นหวัด ดวงตาคมกริบมองเส้นทางข้างหน้าก่อนจะยิ้มออกมาอย่างคิดถึง เพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบหกเดือนที่เขาได้กลับบ้าน ไม่รู้ว่าคราวนี้จะโดนป้าแม่บ้านบ่นและหาว่าบ้างานอีกหรือเปล่า
.
.
.
"คุณป้าครับๆ คุณโฮน่ะไม่ได้บ้างานสักหน่อย เขาน่ะคลั่งไคล้เลยล่ะ ฮ่าๆ"
"นั่นน่ะสิคะ ป้าก็ว่าอย่างนั้น แต่ดีนะที่งานที่ว่าน่ะคือการดูแลคุณแจจุง จะได้กลับมาบ้านบ่อยหน่อยเพราะคุณแจจุงชอบที่นี่"
"ผมไม่ได้ชอบที่นี่น๊า …คลั่งไคล้เลยล่ะ"
"ฮ่าๆๆ"
.
.
.
ดวงตาที่ทอไปเบื้องหน้าฉายแววหม่นเมื่อเผลอนึกถึง จริงๆแล้วยุนโฮรู้ดีว่าที่เขาไม่ได้กลับมาบ้านเลยไม่ใช่เพราะงาน แต่เป็นเพราะว่าเขาไม่อยากมา ไม่อยากขับรถคนเดียวบนถนนที่ทอดยาวตอนพลบค่ำ ไม่อยากได้ยินเสียงลม เสียงใบไม้ที่เคยมีใครบางคนบอกว่ามันเพราะ ไม่อยากให้ยินเสียงแว่วหวานฮัมเพลงเบาๆ แต่พอหันไปมองกลับไม่มีใคร มันยากเกินไปที่จะคิดว่าทั้งหมดได้กลายเป็นเพียงความฝัน ฝันที่แม้จะหลับตาลงก็ไม่อาจเกิดขึ้นอีกครั้ง
ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างเลื่อนลอย ก่อนที่สุดก็จำต้องสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งเสีย ฝ่ามือใหญ่หักพวกมาลัยเลี้ยวเข้าไปยังซอยเล็กๆข้างทาง ขับตรงไปบนถนนคอนกรีตสายเล็กๆที่สองข้างทางเขียวชอุ่มด้วยแมกไม้ จากนั้นไม่ถึงห้านาทีก็มาถึง เขาลดไฟลงก่อนจะดับเครื่อง จากนั้นก็หันไปปลุกคนข้างๆทีเอาแต่หลับมาตลอดทาง
แจจุงงัวเงียตื่นขึ้นมา ข้อมือขาวเล็กยกขึ้นขยี้ตาตัวเองป้อยๆเมื่อแสงไฟจากโรงจอดรถส่องเข้ามา "ถึงแล้วเหรอ" น้ำเสียงที่บอกชัดว่ายังไม่ตื่นเต็มตาเอ่ยถามเรียกให้คนที่เอี้ยวตัวไปหยิบสัมภาระที่เบาะหลังส่งเสียงอือออตอบ ร่างเพรียวบางพาตัวเองลงจากรถ แล้วก็ต้องห่อตัวเมื่อร่างกายปะทะเข้ากับลมหนาวที่พัดเข้ามา ดวงตากลมโตมองสำรวจไปรอบๆสักครู่ก่อนจะพูดขึ้น "บ้านคุณสวยดีนะ"
"อืม ฉันไม่ค่อยได้มาเลยจ้างคุณป้าแม่บ้านกับสามีให้ดูให้ มาเถอะอากาศหนาวเดี๋ยวจะไม่สบาย" ยุนโฮบอกพลางหอบของพะรุงพะรังซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นของฝากเดินนำไป แจจุงละสายตาจากไม้ดักรูปทรงต่างๆที่เขามองว่ามันแปลกก่อนจะสะพายกระเป๋าเดินตาม เมื่อก้าวเข้ามาภายในตัวบ้านเขาก็ต้องแปลกใจอีกครั้ง เพราะทั้งที่มองจากภายนอกแล้วบ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้กลางป่าไม่ผิดไปจากในรูปวาด หากแต่เฟอรร์นิเจอร์ หรือแม้แต่ของตกแต่งภายในกลับล้วนแล้วแต่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นทีวีพลาสม่าที่ติดอยู่ผนัง เครื่องเสียงแบบโฮมเธียเตอร์ หรือแม้แต่โซฟาที่แจจุงสังเกตว่าในร้านตอนนี้ก็ยังวางขายอยู่
"มาถึงแล้วหรือคะคุณยุนโฮ" เสียงสูงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นพร้อมๆกับร่างเล็กท้วมเดินตรงเข้ามาหา
"ครับ เพิ่งมาถึงเมื่อกี้เอง ป้าฮยอนจูสบายดีนะครับ" ยุนโฮถามพลางยื่นของให้กับมือเล็กอูมที่ยื่นมารับ
"ก็ต้องอย่างนั้นสิคะ อยู่บ้านหลังใหญ่ที่เจ้าของบ้านไม่เคยอยู่แบบนี้สบายดีจะตายไป" คำพูดประชดแกมน้อยใจนั้นเรียกรอยยิ้มกว้างกระจ่างบนใบหน้าหล่อเหลา ก่อนที่ร่างสูงจะหันมาแนะนำคนที่ยืนมองอยู่ข้างๆ "นี่แจจุงคนที่ผมพูดถึงครับ" ยุนโฮบอกด้วยริมฝีปากที่ติดยิ้ม เช่นเดียวกับแจจุงที่โค้งทักทายหญิงสูงวัยกว่าอย่างสุภาพ
"ยินดีที่ได้รู้จักจ้า บ้านเรายินดีต้อนรับนะ" ฮยอนจูเอ่ยอย่างใจดี แจจุงรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทางตกใจเมื่อเห็นเขาอย่างคุณมินยองหรือคุณยูชอนตอนที่เจอเขาครั้งแรก หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเธอไม่รู้จักคิมแจจุงก็ได้
"แล้วลุงฮเยซกละครับ หลับไปแล้วหรือ" ยุนโฮถามพลางมองไปข้างนอกบ้านเมื่อไม่เห็นสามีของอีกฝ่าย
"คะ รายนั้นเขานอนเร็วแบบนี้แหละ ว่าแต่คุณสองคนก็ไปพักผ่อนเถอะนะคะ ขับรถมาไกลคงจะเหนื่อย เดี๋ยวป้าเอาของไปเก็บแล้วก็จะเข้านอนเหมือนกัน" บอกอย่างหวังดีพร้อมหันมายิ้มให้แจจุงครั้งหนึ่งก่อนจะถือของเดินหายเข้าไปในครัว ยุนโฮมองตามร่างเล็กท้วมนั้นด้วยแววตาอบอุ่น ชวนให้คนที่ยืนข้างๆอดรู้สึกแปลกตาไม่ได้ เพราะว่านี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกันที่อีกฝ่ายมีท่าทางผ่อนคลายมากกว่าทุกที
"พวกเราก็ไปนอนบ้างดีกว่า ป้าฮยอนจูจัดห้องไว้ให้เธอแล้วล่ะ" ยุนโฮบอกพลางเดินนำขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน แจจุงเดินตามอย่างไม่พูดอะไรจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ประตูหน้าห้องห้องหนึ่ง "นี่คือห้องนอนของเธอ ส่วนฉันจะอยู่ห้องข้างๆ มีอะไรก็เรียกแล้วกันนะ"
"ครับ" แจจุงรับเสียงเบาก่อนจะเปิดประตูเข้าไปเมื่อยุนโฮพยักหน้าแล้วเดินไปห้องของตัวเอง นิ้วเรียวกดเปิดสวิตซ์ไฟที่เรืองแสงบอกอยู่ข้างผนัง แล้วทั้งห้องก็สว่างขึ้นด้วยโคมไประย้าบนเพดาน แสงสีเหลืองนวลนั้นให้ความรู้สึกอุ่นขึ้นอย่างน่าทึ่ง แจจุงวางกระเป๋าลงบนเตียงก่อนจะถอดเสื้อโค้ดออก รู้สึกเหนียวตัวขึ้นมานิดๆเพราะหลังซ้อมเสร็จก็ยังไม่ได้อาบน้ำ คิดแล้วร่างเพรียวบางก็เดินไปยังห้องน้ำ เขาเปิดไฟก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นอ่างกับเครื่องทำน้ำอุ่น นี่คงจะเป็นครั้งแรกในรอบสองอาทิตย์ที่จะได้อาบน้ำแบบไม่กลัวแข็งตาย
.
.
ยุนโฮเบิกตากว้างก่อนจะรีบปิดประตูลงโดยเร็ว ริมฝีปากหยักสบถกับตัวเองอย่างหัวเสียที่เผลอเปิดประตูเข้ามาด้วยความเคยชิน ไม่ได้เคาะเพื่อขออนุญาตคนที่อยู่ข้างในเสียก่อน มือเรียวกำหมวกไหมพรมสีดำแน่น เขากะว่าจะเอามาคืนให้แจจุงเพราะเผลอหยิบติดมือมาตั้งแต่อยู่ในรถ แต่เพราะลืมเคาะประตูและไม่คิดว่าแจจุงกำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำอย่างที่เห็นเมื่อครู่ ยุนโฮถอนหายใจแรงๆครั้งหนึ่งก่อนจะยกมือขึ้นมาเคาะประตู
"ครับ" เสียงตอบรับดังมาก่อนก่อนที่ประตูจะเปิดออก แล้วยุนโฮก็เกือบจะเผลอสบถออกมาอีกครั้งเมื่อคนที่เปิดประตูออกมานั้นยังคงอยู่ในสภาพเดียวกับที่เขาเห็นเมื่อนาทีที่แล้ว ร่างเพรียวบางที่ติดจะผอมนั้นสวมเพียงกางเกงขายาวที่เจ้าตัวยังไม่ได้ถอด ผิวขาวที่ปกติจะซีดยามต้องแสงไฟกลับดูเรียบเนียนหมดจด แต่สิ่งที่ทำให้มันแปลกตาไปก็คือลายสักรูปปีกสีดำที่หลัง ดูแล้วคล้ายกลับเป็นจิตรกรรมบนผืนผ้าใบ
ยุนโฮรู้ว่าภายในร่างกายของเขากำลังพลุกพล่าน ยิ่งดวงตากลมโตใสเหมือนแก้วจับจ้องมาอย่างสงสัยก็ยิ่งทำให้แทบจะกลืนคำพูดที่จะพูดลงคอ "ฉันเอาหมวกมาคืนเธอ รีบๆเลยเผลอหยิบติดมือมาน่ะ" ยุนโฮบอกพร้อมกับยื่นหมวกให้แล้วถามต่อ "แล้วนี่…กำลังจะอาบน้ำเหรอ"
"อืม แต่คุณมาก็ดีแล้ว ช่วยเปิดน้ำอุ่นให้ผมหน่อยสิ ปุ่มเยอะแยะไปหมดเดาไม่ไหว" แจจุงบอกพลางทำหน้ายุ่งยากเรียกให้คนที่เกือบจะเอาแต่มองผนังเลิกคิ้ว
"อ๋อ จะอาบในอ่างใช่มั้ย นั่นน่ะมันจากุชซี่" ยุนโฮว่าก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ ร่างสูงนั่งลงบนของอ่างก่อนจะเริ่มอธิบายปการใช่งานปุ่มต่างๆที่เรียงรายอยู่ "น้ำร้อนน่ะกดตรงนี้ ส่วนเครื่องหมายบวกลดนี่ก็ปรับอุณหภูมิ พอนายเทสบู่ลงไปถ้าอยากได้แบบเป็นฟองเยอะๆเหมือนในโฆษณาก็กดตรงนี้เอา ส่วนนี่ก็น้ำเย็น เข้าใจมั้ย" ยุนโฮหันขึ้นมาถามหลังจากปล่อยให้น้ำไหลลงอ่าง แต่แจจุงยังคงขมวดคิ้วอยู่เช่นเดิม ก่อนที่เสียงทุ้มหวานจะเอ่ย
"ผมว่าผมอาบฝักบัวเหมือนเดิมดีกว่า" ว่าพลางหันขึ้นมาสบตา ยุนโฮเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวกับใบหน้าที่บอกชัดว่าอะไรที่ยุ่งยากและเสียเวลาเจ้าตัวไม่ชอบ ร่างสูงหยัดตัวขึ้นมาจากขอบอ่างก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่ราวข้างๆ เขาสะบัดเบาๆก่อนจะตวัดคลุมไหล่บางไว้ ริมฝีปากหยักยกยิ้มอย่างเอ็นดูกลับดวงตาสีนิลที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่เคยหลบตาก่อนจะพูดขึ้น "เธอต้องดูแลตัวเองนะรู้มั้ย จะยังไงก็ได้เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว ร่างกายตัวเองก็ต้องรักษา แล้วก็ต้องทำให้อุ่นอยู่ตลอดเวลาด้วย เข้าใจมั้ย" ยุนโฮพูดอย่างห่วงใยพลางขยี้หัวกลมๆนั้นเบาๆ อดคิดไม่ได้ว่าทั้งๆที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกันแท้ๆ แต่นิสัยใจคอกลับต่างกันสิ้นเชิง เขาถึงได้บอกว่าแม้แต่ฝาแฝดก็ยังมีนิสัยต่างกัน คนๆนี้คงจะเป็นคนละคนกับแจจุงจริงๆสินะ
"ทำไมคุณถึงดีกับผมจัง"
"หือ? ว่าอะไรนะ?"
"…เปล่า ไม่มีอะไร คุณกลับไปนอนเถอะ ผมก็จะรีบอาบน้ำแล้วก็รีบนอนเหมือนกัน" แจจุงส่ายหัวปฏิเสธก่อนจะเดินนำออกจากห้องน้ำไป มือเรียวเล็กข้างหนึ่งยังคงกระชับผ้าเช็ดตัวเข้ากับร่างของตัวเอง ส่วนอีกข้างก็เปิดประตูให้ยุนโฮ ดวงตากลมโตมองยุนโฮที่มีสีหน้างงเดินออกไปจากห้อง ขณะที่คิ้วสวยขมวดนิดๆขบคิดว่าเขาควรจะพูดคำนี้ออกไปหรือเปล่า แต่แล้วเมื่อฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นมาขยี้ผมอย่างอ่อนโยนอีกครั้งแจจุงก็ไม่เสียเวลาคิดอีกต่อไป "คุณยุนโฮ"
"อื้อ?" ยุนโฮหันกลับมาขณะที่เพิ่งจะเดินไปได้ไม่กี่ก้าว แล้วหัวใจก็ต้องวูบไหวเมื่อสบเข้ากับดวงแก้วสีนิลที่จับจ้องมา เช่นเดียวกับริมฝีปากแดงอิ่มแย้มกว้างยามเมื่อเอ่ย
"ขอบคุณนะครับ"
สิ้นเสียงหวานกับรอยยิ้มสดใส ความเงียบที่ผ่านเข้ามาไม่ถึงวินาทีนั้นยุนโฮกลับรู้สึกว่ามันช่างยาวนาน แล้วอยู่เขาก็รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาที่ขอบตาโดยไม่ทันตั้งตัว หัวใจของเขาหัวใจเต้นแรงจนเจ็บไปทั้งช่องอก และก่อนที่น้ำตาจะไหลร่างสูงใหญ่ก็พุ่งเข้าไปหาร่างเพรียวบางที่ยังยืนอยู่หน้าประตู ผ้าเช็ดตัวสีขาวสะอาดหล่นลงบนพื้นยามเมื่อไหล่บางที่ถูกมันคลุมไว้ถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอด เสียงหอบหายใจถี่ๆดังขึ้น ตามด้วยเสียงสั่นเครือของคนที่เจ็บปวดเพราะดวงใจถูกพราก "แจจุงอา… แจจุงอา…"
"อุ่นจัง …ขอบคุณนะยุนโฮ"
แจจุงสะดุ้งเฮือกเมื่อใบหน้าหล่อเหล่าแนบลงกับไหล่ของตน พร้อมๆกับความเย็นชื้นจากหยดน้ำตาที่กำลังหลั่งริน แผ่นหลังบางเกร็งแน่นเช่นเดียวกับร่างที่ยืนนิ่ง แจจุงรู้สึกเจ็บจากแรงกอดรัดที่แน่นจนผิวสีขาวนวลเป็นรอยแดง แต่ถึงอย่างนั้นกลับยังรู้สึกว่ายังเจ็บน้อยกว่าคนที่กอดเขาอยู่นี้รู้สึก
"คุณยุนโฮ" เสียงหวานเอ่ยเบาๆก่อนจะแนบฝ่ามือลงบนแผ่นหลังสั่นเทา ถึงจะไม่รู้เรื่องแต่ก็พอเดาได้ว่าคนที่ร่างสูงพร่ำเรียกชื่ออยู่ตอนนี้ …เพื่อน เพื่อนสนิท หรืออาจจะมากกว่านั้น…เป็นสาเหตุของน้ำตาที่กำลังไหลเปื้อนไหล่ของเขา และตัวเขาเองก็เป็นสาเหตุที่ทำให้นึกถึงคนที่ตายไปแล้วคนนั้น แจจุงกลืนก้อนที่จุกอยู่ที่ลำคออย่างยากลำบาก สมองของเขาคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงในสภาพเช่นนี้ คำปลอบใจก็พูดไม่เป็น ฉะนั้นสิ่งที่ทำคือการวาดแขนขึ้นรับอ้อมกอดสั่นเทานั้นตามสัญชาติญาณ พร้อมด้วยคำพูดที่แจจุงคิดว่าอาจจะดีที่สุดในตอนนี้ "แจจุงอยู่นี่ ผมอยู่นี่แล้ว"
TBC ………………………………………
[เจอิน] อันนอยงงงงง โอ้แม่เจ้า พระเจ้าจอร์ช เจ้าแม่กวนอิม เง็กเซียนฮ้องเต้ ข้าพเจ้าจะเป็นลมเพระตอนนี้-///- สงสารยุนโฮอ่า
อุตส่าห์อดทนมาได้ตั้งสองตอนแต่กลับต้องมาร้องไห้จนได้ เฮ้อ แต่งไปเจ็บแปล้บๆไป เรื่องนี้อ่ะไม่ได้ออกคาแร็คเตอร์ตัวละครก่อนคนอ่านเลยไม่ค่อยรู้ว่าเป็นยังไง แต่อยากบอกว่าบทของแจจุงคือบทที่ชอบมากที่สุดในเรื่อง เพราะเป็นประเภทง่ายๆ ไม่ยึดติดกับเรื่องอดีตแล้วก็ไม่ใส่ใจกับอนาคต ว่าง่ายๆคือเป็นคนที่อยู่ไปวันๆ(เหมือนคนแต่ง)น่ะแหละ เป็นตัวละครที่ไม่มีเบื้องหลัง เพราะคนแต่งยังเข็ดจาก Oh!! My Juliet ไม่หาย แต่งให้แจจุงมีอดีตที่โหดร้ายและทำให้คนอ่านเฮิร์ทด้วย(แอบยิ้ม…สะใจๆ) เรื่องนี้เป็นทีของยุนโฮบ้าง แต่เป็นอดีตที่เปิดเผยตั้งแต่ต้นเรื่องอ่ะนะ ประมาณว่าเป็นภาพต่อของความเจ็บปวด อิอิ (ภาคต่อของ Flower of Love) ยังไงก็มาร่วมลุ้นกันนะคะ
ตอนนี้ไว้แค่นี้ก่อนเน้อ
ซารังฮันดา จ๊วบ!!!
เม้นๆๆๆๆๆๆ>[]<